20 ที่เที่ยวพังงา สุดยอดที่เที่ยวโดนใจต้องห้ามพลาด! - good all trip

เวลาทำการ

วันจันทร์-วันศุกร์ 09.00 - 18.00 น. วันเสาร์ 09.00 - 12.00 น.

Hotline

097-135-5030

099-734-0920

20 ที่เที่ยวพังงา สุดยอดที่เที่ยวโดนใจต้องห้ามพลาด!

พฤษภาคม 5, 2021 | by good all trip

จังหวัดพังงา โด่งดังไปทั่วโลกด้วยการที่เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง James Bond 007 : The Man with the Golden Gun – เจมส์ บอนด์ 007 ตอนเพชฌฆาตปืนทอง เมื่อปี 1974 (พ.ศ. 2517) ซึ่งทำให้เขาตาปูเป็นที่รู้จัก จนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ พังงา ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ทั้งป่าชายเลน เกาะน้อยใหญ่ ภูผาแปลก ทะเลสวย และน้ำตก ที่เรามัดรวมมาให้แล้ว กับ 20 ที่เที่ยวพังงา สุดยอดที่เที่ยวโดนใจที่ต้องห้ามพลาด!

ตั้งอยู่ที่ตำบลนบปริง อำเภอเมืองพังงา มีลักษณะเป็นป่าประเภทป่าดงดิบหรือป่าฝน วนอุทยานฯ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีลำธารไหลจากป่าต้นน้ำที่อยู่บนสันเขาผ่านหุบเขาทั้งพื้นที่ราบ และพื้นที่ต่างระดับทำให้เกิดน้ำตกขนาดเล็ก มีไม้ทางเศรษฐกิจ สัตว์ป่า ได้แก่ เลียงผา ลิง ค่าง สถานที่น่าสนใจภายในเขตวนอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกสระนางมโนราห์ ถ้ำเปลือกหอย ถ้ำขี้ค้างคาว ถ้ำแก้ว ภายในวนอุทยานฯ ไม่มีบ้านพัก แต่มีสถานที่กางเต็นท์บริการนักท่องเที่ยว เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น.

หาดบางสัก อยู่ในตำบลบางม่วง ริมถนนสายเพชรเกษม สายท้ายเหมือง-ตะกั่วป่า กิโลเมตรที่ 76-77 มีทางแยกซ้ายมือเข้าไป 100 เมตร ชายหาดบางสักมีหาดทรายขาวสะอาดยาวขนานกับทิวสนร่มรื่น เล่นน้ำได้ ยามเย็นจะมีชาวบ้านนักท่องเที่ยวมานั่งชมรอพระอาทิตย์ตกอยู่เสมอ ชายหาดจะมีที่พัก และร้านอาหารบริการ

ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางตะกั่วป่า-เขาหลัก ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นชายหาดกว้างที่มีซากปะการังชายหาดวางเกลื่อนกลาดไปด้วยซากปะการังชนิดต่าง ๆ ที่ถูกน้ำทะเลซัดขึ้นมาไว้บนพื้นทรายเป็นที่จอด เรือของชาวประมงท้องถิ่น มีแนวปะการังน้ำตื้นพ้นน้ำให้เห็นเป็นแนว จึงได้ชื่อว่าแหลมปะการัง สามารถลงเล่นน้ำได้ในบรรยากาศโรแมนติก ร่มรื่นด้วยแนวต้นสน ริมชายหาด ส่วนช่วงเย็นเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการนั่งชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม

อนุสรณ์สถานสึนามิ เรือ ต.813 ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 บ้านบางเนียง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า ก่อนเกิดเหตุเรือลำนี้เป็นเรือในหน่วยงานกรมตำรวจ เป็นเรือตรวจการณ์ 813 หรือที่คนทั่วไปในนาม ต.813 จุดประสงค์หลักในการปฏิบัติหน้าที่ คือ ถวายความปลอดภัย และรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญทางน้ำ รักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความมั่นคงของรัฐ สิ่งแวดล้อม สืบสวนสอบสวน ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ค้นหาและช่วยเหลือเรืออากาศยาน และผู้ประสบภัยทางน้ำ ประสานงานหรือสนับสนุนปฏิบัติงานของหน่วยงาน กับองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนเกินเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ให้เดินทางไปถวายการอารักขาทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ และครอบครัว ที่จังหวัดพังงา จึงออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2547

ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ไปประจำการในเรือทั้งหมด 11 คน โดยมี ร.ต.อ.นิรัตน์ ช่วยจิตต์ เป็นหัวหน้าควบคุมเรือ เรือ ต.813 จอดอยู่ในทะเล บริเวณโรงแรมลาฟลอล่า ห่างจากฝั่งประมาณ 1 ไมล์ทะเล กระทั่งเกิดเหตุการณ์สึนามิ ซัดถล่มชายฝั่งอันดามัน ความแรงของคลื่นซัดพาเรือ ต.813 จากชายฝั่งมาประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ เจ้าหน้าที่ตั้งใจจะกู้เรือ ต.813 กลับหน่วย แต่มีคำสั่งให้คงไว้อย่างนั้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานหรืออนุสาวรีย์ เตือนความทรงจำว่าแรงปะทะของคลื่นสึนามินั้นแค่ไหน เรือ ต.813 หนักถึง 60 ตัน ตอนวิ่งชนคลื่นวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 20 น็อต ยังสู้แรงปะทะไม่ได้ แถมย้ายเรือห่างจากฝั่งกิโลเมตรเศษข้ามถนน ขึ้นไปอยู่บนเชิงเขาความสูงเท่ายอดมะพร้าว จึงไม่แปลกเลยที่มีผู้สูญเสียไปมากมาย และทำลายชุมชนขนาดย่อม ตึกโรงแรมให้หายไปชั่วไม่กี่นาที และเหตุการณ์ครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานบน เรือ ต.813 เสียชีวิต 1 ท่าน คือ จ่าสิบตำรวจยุทธกร หนูเลขา จากวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 จนถึงทุกวันนี้เรือยังคงอยู่บริเวณเดิมไม่เคลื่อนย้าย และยังคงอยู่ลักษณะเดิม ๆ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานต่อไป

.

อยู่เชื่อมระหว่างสะพานสารสิน-สะพานเทพกษัตรี ระหว่างจังหวัดพังงาและภูเก็ต จากทางหลวงหมายเลข 4 ตรงเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 402 ก่อนถึงเกาะภูเก็ตบริเวณช่องแคบปากพระ ซึ่งพื้นที่ชายหาดแห่งนี้จะเต็มไปด้วยหาดทรายทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ซึ่งบริเวณชายหาดแห่งนี้จะมีเต่าขึ้นมาวางไข่อยู่ทุก ๆ ปี

ตั้งอยู่ที่ฐานทัพเรือทับละมุ เป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ เป็นแหล่งให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล รวมทั้งทางด้านชีววิทยาเกี่ยวกับวงจรชีวิตของเต่าทะเลตามบนชายฝั่งทะเลอันดามัน รวมทั้งอนุบาลลูกเต่าทะเล เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ทั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจที่นี่จะเปิดให้เข้าชมเวลา 08.30-16.30 น.

ตั้งอยู่ที่ บ้านหินสามก้อนตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง ชื่อของน้ำตกแห่งนี้เป็นภาษามอญ เนื่องจากเมื่อครั้งสงครามยังสีเกาะทัพ มีชาวมอญหนีพม่าเข้ามาตั้งชุมชนบริเวณเหนือน้ำตก จึงเรียกชื่อ น้ำตกรามัญ ซึ่งเป็นสายน้ำไหลเลาะลงชั้นหินลดหลั่นกันมากถึง 8 ชั้น มีขนาดแต่ละชั้นที่แตกต่างกันไม่มากนัก รวมทั้งมีแอ่งน้ำหลายแห่ง สามารถลงเล่นได้ เหนือน้ำตกไปเป็นลำธารน้ำใส ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ นานาชนิดทั้งต้นไม้ใหญ่ และพืชจำพวกเฟิน อีกยังได้บรรยากาศของความร่มรื่นและความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

เป็นวัดเก่าแก่ ชื่อเดิมคือ วัดบางเหรียง ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการของอำเภอทับปุด ประมาณ 11 กิโลเมตร บริเวณวัดล้อมรอบด้วยภูเขาที่สมบูรณ์ด้วยต้นไม้ใหญ่ ในวัดมีถาวรวัตถุทางธรรมที่สำคัญ คือ พระธาตุเจดีย์เทพนิมิต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานนามว่า “พระมหาธาตุ เจดีย์พุทธธรรมบันลือ” ลักษณะของตัววัดตั้งอยู่บนเขาล้าน เจดีย์เป็นรูประฆังคว่ำ โดยมีพระพุทธรูปล้อมรอบฐาน อีกทั้งยังเป็นวัดที่มีภูเขาล้อมรอบสวยงาม

อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2529 มีพื้นที่ทั้งหมด 45,000 ไร่ แยกออกเป็นสองส่วน คือ เทือกเขาลำปี ประกอบด้วยภูเขาหลายลูกเรียงเป็นแนวยาว ส่วนใหญ่เป็นหินอัคนี อายุอยู่ในช่วง 60–140 ล้านปี สภาพป่าเป็นป่าดงดิบ มียอดเขาสูงสุด คือ ยอดเขาขนิม สูงประมาณ 622 เมตร และหาดท้ายเหมืองซึ่งอยู่ริมทะเลฝั่งอันดามัน

สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่ หาดท้ายเหมือง ชายหาดขนานไปกับทางหลวงแผ่นดิน มีความยาวกว่า 13 กิโลเมตร น้ำทะเลใส พร้อมด้วยกิจกรรมเดินดูเต่าไข่ในตอนกลางคืนเดือนหงาย และช่วงที่ไข่เต่าฟักเป็นตัวจะมีการปล่อยเต่าลงทะเล เรียกว่า ประเพณีปล่อยเต่า จัดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี, ทุ่งเสม็ด ทางตอนกลางของหาดท้ายเหมืองเป็นป่าเสม็ดขาวล้วน, น้ำตกโตนไพร เป็นน้ำตกที่มีความสูงใหญ่ เกิดจากเขาโตนย่านไทร สภาพป่าโดยรอบร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่และน้ำตกเขาลำปี เป็นน้ำตกขนาดกลาง มี 4 ชั้น เป็นแหล่งชมปลาที่น่าสนใจเพราะมีปลาหายาก อย่างเช่น ปลาพลวงชมพู รวมทั้งปลาสร้อยนกเขาและปลาซิวน้อย-ใหญ่อีกหลายชนิด

น้ำพุร้อน บ้านบ่อดาน เป็นของเอกชน รอบบริเวณจัดเป็นสวนสวยงามร่มรื่น มีน้ำแร่อุ่น ๆ ไหลวนเวียนอยู่ในสระ เหมาะสำหรับการแช่เพื่อการพักผ่อนคลายความเครียด บรรเทาอาการปวดข้อ กระดูก เหน็บชา ตลอดจนบำรุงผิวพรรณและเส้นผม เวลาเปิดทำการเวลา 08.00-22.00 น.

เมืองที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองของเมืองเก่า ในสมัยยุคทองของเหมืองแร่ดีบุก เห็นได้จากอาคารบ้านเรือนร้านค้า ของจีนแบบชิโนโปรตุกีส บริเวณถนนอุดมธารา และบริเวณถนนศรีตะกั่วป่า (ตลาดใหญ่) ลักษณะเป็นตึกแถวสองชั้น ก่ออิฐถือปูน คล้ายกับตึกแถบเมืองในภูเก็ต โดยมีลวดลายบริเวณช่องลมและระเบียง จะมีซุ้มประตูโค้งตามทางเดินด้านหน้า แม้ว่าปัจจุบันธุรกิจเหมืองแร่จะเลิกร้างไปนานแล้ว แต่ความเป็นตึกเก่าโบราณยังคงหลงเหลืออยู่มาก แม้ปัจจุบันธุรกิจที่นี่จะเพิ่มมากขึ้น แต่การเปิดให้ชมตึกแถวสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส และชิมอาหารพื้นบ้านในทุกวันอาทิตย์ช่วงฤดูท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ อยู่ห่างจากอำเภอตะกั่วป่า 33 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า อำเภอท้ายเหมือง อำเภอกะปง และอำเภอเมือง พื้นที่อุทยานฯ มีลักษณะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ได้แก่ เขาหลัก, เขาแสงทอง, เขาไม้แก้ว และเขาปลายบางโต๊ะ โดยมียอดเขาสูงที่สุดประมาณ 1,077 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำที่สำคัญในจังหวัดพังงา ได้แก่ แม่น้ำพังงา และแม่น้ำตะกั่วป่า สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น หาดเล็ก จุดท่องเที่ยวเป็นชายหาด สำหรับชมบรรยากาศและลงเล่นน้ำได้ นอกจากนี้ ภายในอุทยานฯ ยังมีบ้านพักและเต็นท์บริการนักท่องเที่ยว สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่

วัดนารายณิกายาราม เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์ เทวรูปพระลักษณ์ องค์จำลอง ซึ่งองค์จริงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และเทวรูปพระแม่นางสีดา (นางสีดา) ซึ่งเป็นองค์จริง นอกจากนี้ยังพบศิลาจารึกอายุ 1,300-1,400 ปี ที่ขุดได้บริเวณยอดเขาเรียงกันอยู่ภายในวัด รูปสลักเหล่านี้มีความสำคัญเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองกะโกลา (ชื่อเดิมของเมืองตะกั่วป่า) และการเผยแพร่เข้ามาของวัฒนธรรมอินเดียในภูมิภาคตอนนี้

มีพื้นที่ประมาณ 250,000 ไร่ ครอบคลุมอำเภอเมืองพังงา อำเภอตะกั่วทุ่ง และอำเภอเกาะยาว อุทยานฯ แห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติประเภทชายฝั่งทะเลแห่งที่สองของประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเล และเกาะน้อยใหญ่ มีเขาหินปูนลักษณะต่าง ๆ ที่มีความงามแตกต่างกันไปตามลักษณะของหิน สมบูรณ์ด้วยป่าชายเลน และยังเป็นแหล่งขยายพันธุ์สัตว์น้ำอีกด้วย ช่วงที่เหมาะจะมาท่องเที่ยว คือ เดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นช่วงที่ฝนตกชุก คลื่นลมแรง

สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่ เกาะปันหยี เป็นเกาะเล็ก ๆ มีที่ราบประมาณ 1 ไร่ มีบ้านเรือน 200 หลังคาเรือน ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีอาชีพประมง ขายของที่ระลึก และขายอาหารให้แก่นักท่องเที่ยว มีโรงเรียน และสถานีอนามัยอยู่บนเกาะ อีกทั้งยังมีสนามฟุตบอลลอยน้ำที่แรกและที่เดียวในเมืองไทย เป็นอีกจุดหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก, เขาหมาจู อยู่ระหว่างทางผ่านที่จะไปยังเกาะปันหยี เขาหมาจู เป็นภูเขาหินมีลักษณะคล้ายรูปสุนัขแบ่งเป็นส่วนหัว ลำตัวและหางเป็นพู่, เกาะพนัก เป็นเกาะที่สวยงาม มีถ้ำหินงอก หินย้อย และมีแอ่งน้ำตกขนาดเล็กเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นกันอยู่ในถ้ำด้วย

เกาะเล็ก ๆ ที่นี่ถือเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพังงา เพราะเกาะปันหยีเป็นเกาะที่มีชุมชนชาวประมงโบราณอาศัยอยู่กว่า 200 ปีมาแล้ว ด้วยการตั้งหมู่บ้านบริเวณพื้นที่ราบริมชายฝั่งของเกาะเป็นที่หลบฝน มีการสร้างบ้านโดยการยกพื้นสูงเหนือน้ำ ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ภายในบริเวณเกาะจึงได้มีการสร้างมัสยิดให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คน รวมทั้งมีการสร้างแพสำหรับใช้เล่นฟุตบอลบนน้ำอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งเกาะที่เต็มไปด้วยผู้คนที่เป็นมิตร ความเงียบสงบของเกาะจึงเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวที่เกาะอีกด้วย

ถ้ำพุงช้าง เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวสำหรับนักรักการผจญภัย เพราะต้องนั่งแพและเรือแคนู อีกทั้งยังต้องเดินลุยน้ำเข้าไปถึงจะได้พบกับความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ และตื่นตาตื่นใจไปกับหินงอกหินย้อยที่เป็นฝีมือธรรมชาติอันสวยงามวิจิตรพิสดาร ถ้ำพุงช้างอยู่ภายในบริเวณวัดประจิมเขต มีธารน้ำไหลตลอดปี ประกอบด้วยถ้ำเล็กถ้ำใหญ่มากมาย อีกทั้งยังเป็นถ้ำที่ พระบาทสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เคยเสด็จฯ มาเยือน และได้ทรงลงพระปรมาภิไธยไว้ทางด้านหน้าของถ้ำพุงช้างอีกด้วย

การที่ภายในมีสายน้ำไหลผ่านกลางถ้ำแสดงให้เห็นถึงการไหลเวียนและการถ่ายเทของอากาศตลอดเวลา มีทั้งช่วงน้ำลึกและช่วงน้ำตื้น หยดน้ำที่หยดจากติ่งปลายของหินงอกหินย้อย เมื่อกระทบกับแสงไฟฉายก่อให้เกิดประกายดั่งเพชร มีลักษณะรูปร่าง ๆ ต่าง ๆ กันไป เช่น รูปคนตกปลา รูปแป๊ะยิ้ม รูปปลา โดยเฉพาะช้างหลากรูปแบบที่แปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ซึ่งการเดินเที่ยวถ้ำพุงช้างจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณหนึ่งชั่วโมง นอกจากความสวยงามแล้วถ้ำพุงช้างยังเป็นแหล่งที่สองของประเทศไทยที่มีการค้นพบค้างคาวคุณกิตติซึ่งเป็นค้างคาวที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก

เกาะพระทอง อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระ-เกาะพระทอง มีเกาะบริการที่อยู่ติดทะเลอันดามัน และมีเกาะขนาดเล็กต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ป่าชายเลนอีกถึง 37 เกาะ เกาะแห่งนี้ได้รับการตั้งสมญานามว่า เป็นซาฟารีกลางอันดามัน ด้วยลักษณะของเกาะที่มีพื้นที่ราบเป็นส่วนใหญ่ มีชายหาดด้านทิศตะวันตก ป่าชายเลนด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก บนเกาะเป็นทุ่งหญ้า ป่าเสม็ด และป่าพรุ ชวนให้นึกถึงบรรยากาศของซาฟารีที่ประเทศแอฟริกา มีสัตว์นานาชนิดอาศัยอยู่บนเกาะทำให้ที่นี่มีเสน่ห์เหนืซึ่งเกาะพระทองนั้นเหมาะสำหรับคนรักการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติสวยอย่างเป็นส่วนตัว ความงามทางธรรมชาติบนบกนั้นว่าน่าตื่นตาแล้ว ในขณะที่ใต้น้ำก็งดงามไม่แพ้กัน ชายหาดสวยน้ำทะเลใส ปะการังก็มีให้ชม แถมยังนั่งเรือข้ามไปเที่ยวเกาะระ ที่อยู่ทางด้านทิศเหนือของเกาะพระทองได้อีกหนึ่งต่อด้วย

เกาะยาว มีพื้นที่ประมาณ 137.6 ตารางกิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เกาะยาวประกอบด้วยเกาะ 2 เกาะ คือ เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ ล้อมรอบด้วยเกาะเล็ก ๆ และอ่าวที่น่าสนใจ ได้แก่ หาดป่าหราย อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกาะยาว บนเกาะยาวน้อย ประมาณ 7 กิโลเมตร หาดทรายขาวสะอาด ทิวไม้ร่มรื่น สามารถลงเล่นน้ำได้, หาดท่าเขา อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกาะยาวน้อย 5 กิโลเมตร บนหาดทรายมีหินเล็ก ๆ หลากลวดลาย ห่างจากฝั่งออกไปเล็กน้อยมีเกาะเล็ก ๆ ยามน้ำแห้งสามารถเดินไปเที่ยวเกาะเหล่านี้ได้สะดวก บนเกาะมีไม้ป่าและกล้วยไม้ขึ้นอยู่ทั่วไป

เป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามันห่างจากฝั่งไปทางทิศตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะที่อยู่ติดกับเขตชายแดนไทย-พม่า มีพื้นที่ประมาณ 84,375 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่บนบกประมาณ 20,594 ไร่ ประกอบด้วยเกาะสำคัญ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ, เกาะสุรินทร์ใต้, เกาะไข่ (เกาะตอรินลา), เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) และเกาะรี (เกาะสต๊อก) เป็นหมู่เกาะที่มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์สวยงาม มีปลาสีสันต่าง ๆ มากมาย เป็นแหล่งเหมาะสำหรับชมปะการังน้ำตื้น โดยเฉพาะเกาะตอรินลาและเกาะปาจุมบา

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ภายในตำบลเกาะพระทอง มีพื้นที่ 80,000 ไร่ และได้ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2525 ส่วนชื่อของ “เกาะสิมิลัน” สิมิลันเป็นภาษายาวี หรือ มลายู แปลว่าเก้า หรือ หมู่เกาะเก้า เป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามันมีทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้ ได้แก่ เกาะหูยง, เกาะปายัง, เกาะปาหยัน, เกาะเมี่ยง (มี 2 เกาะติดกัน), เกาะปายู, เกาะหัวกะโหลก (เกาะบอน), เกาะสิมิลัน และเกาะบางู เป็นต้น ส่วนบริเวณที่ทำการอุทยานฯ อยู่ที่เกาะเมี่ยง เพราะเป็นเกาะที่มีน้ำจืด ส่วนเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายนเป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด และเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายนเป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีคลื่นลมแรง เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ ทางอุทยานฯ จะมีการประกาศปิดเกาะในเดือนพฤษภาคมเพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี